
โรคทูลารีเมีย
(Tularemia)
ลักษณะของโรค
โรคทูลารีเมีย หรือโรคไข้กระต่าย (Rabbit Fever)
เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ถึงคน
ที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่งเนื่องจากสามารถติดต่อทางละอองฝอย (Aerosol)
ได้ และสามารถใช้เป็นอาวุธชีวภาพที่จัดอยู่ในกลุ่ม A ประเทศ
สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2545 จนถึงขณะนี้
พบว่ามีรายงานผู้ป่วยมากกว่า 200 ราย
ระบาดวิทยา
โรคนี้เกิดในสหภาพโซเวียต เอเซียไมเนอร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา
แคนาดา และยุโรป ยกเว้นคาบสมุทรไอเบอเรียน (Iberian Peninsula)
และเกาะอังกฤษ
เชื้อก่อโรค
โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Francisella tularensis
มีลักษณะเป็นค็อกโคบาซิลไล ไม่เคลื่อนที่ ไม่สร้างสปอร์ มีแคปซูล
แบคทีเรียนี้มี 4 types โดย Type A มีความรุนแรงที่สุด
สัตว์รังโรค และแมลงนำโรค
สัตว์รังโรคอยู่ในสัตว์ป่าที่เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 100 ชนิด
รวมทั้ง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนู กระรอก กวาง แพรีด๊อก (Parrie
dog) และสามารถติดต่อมายังสัตว์เลี้ยงจำพวกวัว ควาย แกะ และแมว ได้
โดยมีเหลือบ เห็บ หมัด หรือยุง เป็นแมลงนำโรค
วิธีการติดต่อ
โรคนี้ติดต่อมายังคนโดยถูกแมลงพาหะที่กัดเลือดสัตว์ที่ติดเชื้อนี้กัด
หรือติดโดยสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง (Secretion)
ของสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคนี้ เข้าทางบาดแผล เยือเมือก หรือรอยถลอก
ขีดข่วน หรือถูกสัตว์ป่วยกัดโดยตรง การหายใจ
หรือกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนได้เชื้อก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้
ไม่มีรายงานการติดต่อระหว่างคนสู่คน
ระยะฟักตัวของโรค 1-14 วัน แต่ทั่วๆ ไป 3-5 วัน
อาการในคน
ลักษณะของโรคทูลารีเมีย ในคนมี 2
รูปแบบขึ้นอยู่ช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย คือทางผิวหนัง
และทางการหายใจ หากเชื้อเข้าทางผิวหนังจะเกิดบาดแผล
ต่อมน้ำเหลืองบวมโตตรงที่รับเชื้อหากเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจผู้ติดเชื้อจะเป็นไข้แบบไทฟอยด์
(typhoidal tularemia) คือมีไข้ หนาวสั่น โลหิตเป็นพิษ ปวดศีรษะ
ท้องเสีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ไอแห้งๆ และอ่อนเพลีย
หากผู้ป่วยมีอาการปอดบวมร่วมด้วยจะเจ็บหน้าอก มีเสมหะเป็นเลือด อึดอัด
หายใจไม่สะดวก จนอาจหยุดหายใจ ลักษณะปอดบวมจากการตรวจทางรังสีทรวงอก
อัตราตายของโรคแบบไข้ประมาณร้อยละ 35
การรักษา
รักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะจำพวกสเตร็พโตไมซิน
ฉีดเข้ากล้ามเนื้อในปริมาณ 30 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
หรืออาจใช้ยาเจนตาไมซิน ปริมาณ 3-5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1
กิโลกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 10-14 วัน ยาเตตระไซคลีน และครอแรมเฟนิคอลก็ใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน
แต่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการไข้กลับค่อนข้างสูง
ที่มา : © Bureau of Epidemiology, Department of Disease Control, MoPH, Thailand
Webmaster Sarawut48a@hotmail.com
ลิขสิทธิ์ © 2001
[งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลสูงเม่น] สงวนลิขสิทธิ์
ปรับปรุงแก้ไข:
28/05/08