| สาเหตุของโรค Metabolic syndrome
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครทราบแต่น่าจะเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน
พันธุกรรม
การเกิดภาวะนี้ขึ้กับพันธุกรรมของแต่ละประเทศ
และเชื้อชาติทำให้ระดับอ้วนลงพุ่งไม่เท่ากัน
ขึ้นกับการวิจัยของแต่ละประเทศว่าค่าเส้นรอบเอวควรจะเป็นเท่าใด
ตารางข้างล่างแสดงเส้นค่ารอบเอวของบางประเทศ
สำหรับประเทศไทยใช้เกณฑ์ประเทศในเอเซียใต้
| ประเทศ/กลุ่มประเทศ |
รอบเอว |
|
ประเทศในกลุ่มยุโรป(อเมริกาใช้
102,88 ซม) |
ชาย |
หญิง
|
| 94 |
80 |
|
ประเเทศในเอเซียใต้(จีน อินเดีย มาเลเซีย)
|
90 |
80 |
|
ประเทศจีน
|
90 |
80 |
|
ประเทศญี่ปุ่น
|
85 |
90 |
- อาหารที่เรารับประทาน
- พฤติกรรมการดำรงชีวิต
กลไกการเกิดเนื่องจากร่างกายของผู้ที่เป็นโรคนี้มีความดื้อต่ออินซูลิน
ทำให้ตับอ่อนต้องสร้างอินซูลินในปริมาณที่มากเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
เมื่อเวลาผ่านไปตับอ่อนไม่สามารถที่จะสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอจึงเกิดเบาหวาน
การเกิด Metabolic syndrome
จะเกิดก่อนการเกิดโรคเบาหวานภาวะดังกล่าวจะมีอินซูลินมากซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาไขมันในเลือดสูงทำให้เกิดการทำลายของเยื่อบุผิวหลอดเลือด
รวมทั้งมีผลต่อไต
วิธีการวัด
- ใช้สายเมตรธรรมดา
- วัดรอบเอวเหนือสะโพก
- ให้สายขนานกับพื้น
- อย่าให้สายรัดแน่เกินไป
- วัดขณะที่หายใจออกเต็มที่
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค
- อายุ พบว่าอายุมากมีโอกาสเป็นสูง ผู้ที่มีอายุ
20พบภาวะนี้เพียง 10% คนที่อายุ 60
มีอัตราการเกิดร้อยละ 40
- เชื้อชาติ คนผิวดำจะมีโอกาสมากกว่าปกติ
- คนอ้วนจะมีโอกาสมากกว่คนผอม
-
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเป็นโรคสูง
- โรคอื่นๆเช่นความดันโลหิต
อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร
เป็นที่ทราบกันแล้วว่าหากเป็นในกลุ่มโรคนี้แล้วจะมีโรคหลายระบบเช่น
- โรคอ้วนโดยเฉพาะมีเส้นรอบเอวมากกว่ากำหนด
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
- ไขมันในเลือดสูง
ภาวะนี้ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร
-
ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบจึงเกิดโรคหัวใจได้ง่าย
- ไตจะขับเกลือออกได้น้อยลงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
- ไขมัน triglycerideที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดตีบ
-
เลือดจะแข็งตัวได้ง่ายทำให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ
- เป็นโรคเบาหวานได้ง่าย
การรักษา
เมื่อผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มโรค Metabolic
Syndrome
จะต้องได้รับการรักษาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคเบาหวาน
และจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอื่นด้วย
การรักษาโดยการปรับพฤติกรรม
- การออกกำลังกาย วันละ 30 นาทีสัปดาห์ละ 5
วันจะลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
- การับประทานอาหารสุขภาพ ลดอาหารไขมันลง
และรับอาหารพวกแป้งไม่เกินร้อยละ 50
ของอาหารที่รับประทาน
ให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่นอาหารธัญพืช
ข้าวกล้อง ผัก ถั่ว ลดอาหารพวกเนื้อสัตว์
ใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนน้ำมันปามล์ งดกระทิ
- ลดน้ำหนัก
จากการศึกษาของประเทศฟินแลนด์และอเมริกาพบว่าการลดน้ำหนักลงร้อยละ
5-10 ของน้ำหนัก จะชลอหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
- ลดสุรา
การรักษาโดยการใช้ยา
เมื่อปรับปรุงพฤติกรรมแล้วปรากฎว่ายังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล
ไขมันหรือความดันโลหิตได้ จึงจำเป็นต้องใช้ยาในการควบคุม
การรักษาไขมันในเลือด
เป้าหมาย
- ลดระดับไขมัน Triglyceride
- เพิ่มระดับไขมัน HDL
- ลดระดับไขมัน LDL
ยาที่ใช้รักษา
- Fibrate (PPAR alpha agonists)จะลดไขมันและความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- Statin ใช้ลดไขมันโดยเฉพาะ ApoB-containing
lipoproteins และมีรายงานว่าลดอุบัติการของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- การใช้ยา 2 ชนิดร่วมกันอาจจะเกิดผลข้างเคียงจากยา
การรักษาความดันโลหิต
- ควรจะเริ่มรักษาเมื่อความดันโลหิต เท่ากับ 140/90
มม.ปรอท
-
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานควรจะเริ่มรักษาเมื่อความดันโลหิต
130/80 มม.ปรอท
ยาที่ใช้รักษา
- เชื่อว่ายาในกลุ่ม Angiotensin converting enzyme
inhibitors[เช่น enarapril,perindopril ]and
angiotensin receptor blockers[cozaar,valsartane ]
จะช่วยลดโรคแทรกซ้อน
แต่จากหลักฐานปัจจุบันเชื่อว่าเกิดจากยาลดความดันโลหิตมากกว่า
การรักษาภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ยาที่เพิ่มให้การออกฤทธิ์ของอินซูลินดีขึ้น เช่น
Metformin, thiazolidinediones
การรักษาอื่นๆ
- aspirinเพื่อป้องกันหลอดเลือดแข็ง
- งดบุหรี่
การพบแพทย์
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง เช่น อ้วน
น้ำตาลในเลือดสูง ควรจะปรึกษาแพทย์
References
1. Anderson PJ, Critchley JAJH, Chan JCN et al. Factor
analysis of the metabolic syndrome: obesity vs insulin
resistance as the central abnormality. International
Journal of Obesity 2001;25:1782
2. Carr DB, Utzschneider KM, Hull RL
et al. Intra-abdominal fat is a major determinant of the
National Cholesterol Education Program Adult Treatment
Panel III criteria for the metabolic syndrome. Diabetes
2004;53(8):2087-94
3. Nakamura T, Tokunga K, Shimomura I
et al. Contribution of visceral fat accumulation to the
development of coronary artery disease in non-obese men.
Atherosclerosis 1994;107:239-46
4. Bonora E, Kiechl S, Willeit J et
al. Prevalence of insulin resistance in metabolic
disorders: the Bruneck Study. Diabetes
1998;47(10):1643-9
5. Nesto RW. The relation of insulin
resistance syndromes to risk of cardiovascular disease.
Rev Cardiovasc Med 2003;4(6):S11-S18
6. Pouliot MC, Despr?s JP, Lemieux S
et al. Waist circumference and abdominal sagittal
diameter: best simple anthropometric indexes of
abdominal visceral adipose tissue accumulation and
related cardiovascular risk in men and women. Am J
Cardiol
1994;73:460-8
7. Brunzell JD, Ayyobi AF.
Dyslipidemia in the metabolic syndrome and type 2
diabetes mellitus. Am J Med 2003 Dec 8;115 Suppl
8A:24S-28S
8. Robins SJ, Rubins HB, Faas FH et
al. Insulin resistance and cardiovascular events with
low HDL cholesterol. The Veterans Affairs HDL
Intervention Trial (VA-HIT). Diabetes Care
2003;26(5):1513-7
9The IDF consensus worldwide
definition of the metabolic syndrome 2005 |